รถหายในคอนโด!!!ใครต้องรับผิดชอบ?
ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้มักเกิดโจรขโมยชุกชุมล่าสุดนั้น เพื่อนของผู้เขียนประสบปัญหารถหายในคอนโดโดยที่คอนโดนั้นเป็นคอนโดเก่าอายุเกือบ 10ปี อีกทั้งยังรถที่หายนั้นไม่มีประกันงานนี้ใครควรรับผิดชอบ นิติบุคคล หรือ ตัวเจ้าของรถ บทความนี้เลยจะมีการยกหลักกฎหมายเพื่อเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการพิจารณาคดีที่น่าสนใจ ส่วนสำหรับคดีของเพื่อนผู้เขียนไว้มีความคืบหน้าอย่างไรจะมากล่าวในบทความต่อไปนะครับ ที่นี้เรามาดู กรณีศึกษาของการตัดสินคดี รถหายในคอนโดใครต้องรับผิดชอบ กันครับ
กรณีแรก รถหายในคอนโดฯ นิติบุคคลคอนโดฯ ไม่ต้องรับผิดชอบ
คำพิพากษาฎีกาที่ 2369/2557
รถยนต์ของโจทก์หายในอาคารชุดคอนโดฯ ….
นิติบุคคลอาคารชุดไม่มีหน้าที่รักษาทรัพย์ส่วนบุคคล (รถยนต์โจทก์)
มีเพียงหน้าที่ในการจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ
” จัดการดูแลทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดและให้มีอำนาจกระทำการใดๆ
ตามวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สูงสุดในการพักอาศัยและการใช้ทรัพย์
ส่วนกลางร่วมกัน”
ส่วนสัญญาว่าจ้างรปภ. ที่ทางนิติฯว่าจ้างรักษาความปลอดภัยก็มีข้อความ
ระบุชัดเจนว่า ” รักษาความปลอดภัยให้แก่บรรดาทรัพย์สินส่วนกลางของ
อาคารชุดเท่านั้น ” จึงไม่รวมไปถึงรถยนต์ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลของ
โจทก์ด้วย เงินที่ว่าจ้างรปภ. ก็มาจากเงินค่าส่วนกลางที่จ่ายโดยเจ้าของ
ร่วมทุกคน มิใช่เงินส่วนตัวของทางนิติบุคคลซึ่งเป็นเพียงผู้บริหารจัดการ
แทนเจ้าของร่วมในการว่าจ้าง รปภ.
ดังนั้นนิติบุคคลอาคารชุดจึงไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่อโจทก์เจ้าของรถ
สรุปจากในกรณีนี้ก็คือ ผู้เสียหายหลักคือ บริษัทประกันภัย ที่ผู้เสียหายรอง (เจ้าของรถ) ได้ทำประกันไว้กับบริษัทประกันภัย บริษัทประกันภัยจ่ายผู้เสียหายรองไปตามอัตรากรมธรรม์ระบุว่ารถหายจะต้องจ่ายเท่าไร จากนั้น
บริษัทประกันมาเรียกร้องให้นิติบุคคลคอนโดมิเนียมและ บริษัทรปภ.กับคุณรปภ.กะวันนั้นรับผิดชอบแต่ทุกรายปฏิเสธไม่มีใครจ่ายให้
อีกทั้งบริษัทประกันภัยยื่นฟ้องคุณรปภ.บริษัท รปภ. และนิติบุคคลคอนโดมิเนียม ให้ร่วมกันรับผิดชอบ สู้กันทั้งหมดสามศาล ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องจำเลยหมด พอมาถึงศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่านิติบุคคลอาคารชุดไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะดูแลรักษาทรัพย์สินของบุคคลผู้พักอาศัยในอาคารชุดแต่อย่างใด
การจอดรถไม่ต้องมอบกุญแจ ไม่ต้องแลกบัตร รวมทั้งไม่มีสติ๊กเกอร์ติดหน้ารถ
ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า นิติบุคคลอาคารชุดจ้างบริษัท รปภ.มาดูแลรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของบุคคลผู้พักอาศัยในอาคารชุด ทั้งไม่อาจถือได้ว่าเป็นการรับฝากรถยนต์ไว้โดยมีบำเหน็จ
กรณีที่สอง จะคล้ายกับกรณีแรกแต่แตกต่างตรงที่ มีการเข้มงวดกับนิติบุคคลเรื่องกฎระเบียบการรักษาความปลอดภัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5259/2551
ป.พ.พ. มาตรา 420
รถยนต์ของโจทก์ไม่มีบัตรติดรถยนต์ผ่านเข้าออกอาคารชุดติดหน้ากระจกรถยนต์ตามระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 1 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องดำเนินการแลกบัตรหรือให้แจ้งชื่อ ที่อยู่ของผู้ขับรถยนต์ที่จะผ่านเข้าออกอาคารชุด คืนเกิดเหตุจำเลยที่ 4 ทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยบริเวณป้อมยามของทางเข้าออกอาคารชุดเห็นแล้วว่ารถยนต์ของโจทก์ไม่มีบัตรติดรถยนต์ผ่านเข้าออกอาคารชุด มิได้เรียกให้หยุดรถเพื่อแลกบัตรหรือให้ผู้ขับรถยนต์แจ้งชื่อ ที่อยู่ตามระเบียบ กลับปล่อยให้รถยนต์ของโจทก์แล่นผ่านออกไปอันเป็นเหตุให้รถยนต์สูญหาย เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่โดยบกพร่องของจำเลยที่ 4เป็นการประมาทเลินเล่อกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 4
สรุปจากในกรณีนี้ก็คือ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุด และ เป็นเจ้าของรถยนต์ที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลอาคารชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดดังกล่าว จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด และเป็นผู้จัดการจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการรักษาความปลอดภัยและรับจ้างจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มีหน้าที่จัดพนักงานรักษาความปลอดภัยมาดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดจนควบคุมดูแลการนำรถยนต์เข้าจอดในอาคารชุดดังกล่าวแต่ก็มีคนร้ายได้ขับรถผ่านป้อมยามทางเข้าออกของอาคารซึ่งมีจำเลยที่ 4 ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 กำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ แต่จำเลยที่ 4 เห็นบุคคลภายนอกขับรถยนต์ของโจทก์แล้วมิได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบผู้ขับหรือสอบถามเหตุผลในการเข้าออกจากอาคารชุดดังกล่าวตามหน้าที่ เป็นเหตุให้คนร้ายสามารถลักรถยนต์ของโจทก์ไปได้ การกระทำของจำเลยที่ 4 จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 ในฐานะนายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นลูกจ้างและกระทำไปในทางการที่จ้างส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องร่วมกันรับผิดในฐานะผู้ว่าจ้างจำเลยที่ 3 ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยต่อไป
สรุปจากกรณีศึกษาทั้งสองกรณี นั้นจะมีความแตกต่างของ “โจทย์” ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัย และ อีกกรณีเป็นผู้เสียหาย(เจ้าของร่วม) และ จำเลยจะคล้ายกันทั้งสองกรณีคือเป็น พนักงานรักษาความปลอดภัย
รถหายในคอนโดใครต้องรับผิดชอบ สิ่งสำคัญที่คุณผู้อ่านจะได้รับก็คือ การทำประกันภัยรถยนต์นั้นเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นพอสมควรเพราะเห็นได้ว่า ทั้งสองกรณีมีทั้งตัดสินว่าโจทย์แพ้และชนะ แต่จะแตกต่างกันแค่บริบทของมาตราการรักษาความปลอดภัยของ นิติบุคคล เท่านั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก
Ref : Propertytoday
Info : เวปไซด์ศาลฎีกา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น