วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ติดกล้องวงจรปิดเพียง2,500บาท

ใกล้ปีใหม่แล้วนะคะ
เที่ยวไหนไกลบ้านไม่ต้องห่วง หรือกังวลใจ

#กล้องวงจรปิดจิ๋วแจ๋ว360องศา

สอดส่องดูแลบ้านแทนสายตาเราเวลาไม่อยู่บ้านให้คุณได้

ดูภาพที่บ้านผ่านมือถือแบบสดๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

 ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศดูได้ทุกที่

หมดห่วงเวลาไปทำงานหรือเที่ยวไกลๆ

🎦🎦แค่ใส่เมมโมรี่การ์ด บันทึกภาพเป็นหลักฐานได้ ดูภาพย้อนหลังได้ ง่ายมากๆ

สำหรับคนที่ไม่ชอบการติดตั้งที่ยุ่งยากซับซ้อน

เพียงมี Wifi ที่บ้าน ติดตั้งง่าย 5 นาทีจบ

ดูได้เลย! **
ดูภาพได้แบบ360 องศา

สั่งงานผ่านมือถือ
ไม่ต้องติดกล้องหลายตัวในห้องเดียวก็ดูภาพผ่านมือถือได้แบบทั้งห้องดูผ่านมือถือ/Tablet

พร้อมฟังก์ชั่นการสื่อสารแบบ two-way ไมค์-ลำโพง

และสามารถดูย้อนหลังได้+อัดได้ต่อเนื่อง 16วัน (ตัวกล้อง รองรับเมมโมรี่การ์ดสูงสุด 128GB)

เหมาะสำหรับ
1 ดูแลรักษาความปลอดภัยภายในที่พักอาศัย
2 เฝ้าดูลูกน้อย (และพี่เลี้ยง)
3 เฝ้าดูสัตว์เลี้ยง สุนัข,แมว
4 เฝ้าดูผู้สอนและเด็กในโรงเรียนสอนเด็กเล็ก
5 ดูแลความปลอดภัยภายในสถานที่ทำงาน

การใช้งาน :

กล้องจะต้องตั้งอยู่ในจุดที่เร้าเตอร์ในบ้านปล่อยไวไฟ(wifi) ไปถึง
1.เสียบสายชาร์จกับไฟบ้านปกติ โหลดappเพื่อกรอกรหัส wifiของบ้านเรา
2.พร้อมใช้งานได้ทันที
3.ดูภาพบันทึกได้ทันที เเบบ Real time (ทั้งภาพและเสียง)

หมายเหตุ:กล้องสามารถดูได้ 360 องศา สั่งงานผ่านมือถือได้เลย โดยการสไลด์ซ้ายวา ขึ้นลงที่หน้าจอ โดยกล้องไม่ต้องขยับหมุนซ้ายขวาก็เห็นได้โดยรอบ

จุดเด่น
1.ภาพคมชัดทั้งกลางวันเเละกลางคืน
2.มีอินฟาเรดในตัว ทำงานทันทีเมื่อกล้องมึดสนิท ภาพที่ได้จะเป็นขาวดำ
3.มีระบบ IR CUT ช่วยให้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น
4.ไม่ต้องเดินสายให้ยุ่งยาก
5.ดูย้อนหลังผ่านมือถือได้ทันที เลือกช่วงเวลาที่จะดูได้เลย
6.ดูได้ทันทีแบบ360 องศา ผ่านมือถือได้เลย
7.พูดคุยผ่านกล้องได้ ฟังเสียงจากกล้องได้

ใช้ไฟจากไหน?
ใช้ไฟบ้าน ตัวกล้องไม่มีเเบตในตัว

ดู 360 องศา ในมือถือได้อย่างไร?
ดูผ่านมือถือได้เลยคะไม่ต้องบังคับหมุนกล้อง

มีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มเติมไหม?
ไม่มีคะ เนื่องจากใช้สัญญาณไวไฟ จากเร้าเตอร์ในบ้านที่เสียรายเดือนอยู่เเล้วค่ะ

รองรับเมมสูงสุดได้กี่ GB?
ตัวกล้องรองรับเมมสูงสุด 128GB อัดได้ต่อเนื่อง 16วัน

กรณีเมมเต็มถ้าเราไม่ได้เอาออกใส่เข้าเครื่องคอมกล้องจะอัดทับ วนไปเรื่อยๆ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อ
ราคาพิเศษเพียง 2,5000บาท
ส่งฟรี EMS
LINE: yingdmsgood
TEL : 094-518-3399

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เลือกกล้องวงจรปิดอย่างไรให้ตรงกับการใช้งานของคุณมากที่สุด

ระบบกล้องวงจรปิดแบบไหนที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณ

คุณต้องตอบคำถามเหลานี้ให้ได้ก่อนว่า คุณต้องการติดกล้องวงจรปิด เพื่อ อะไร

  • คุณต้องการที่จะตรวจระบบการเข้า-ออกทั่วไปรึเปล่า?
  • คุณต้องการที่จะเห็นใบหน้าอย่างชัดเจน สินค้าที่คุณขาย หรือกลุ่มบุคคลต่างๆ อย่างชัดเจนหรือไม่?
  • คุณต้องการกล้องรักษาความปลอดภัยแบบไร้สาย หรือมีสาย?
  • คุณต้องการจะติดกล้องวงจรปิดในที่ร่ม หรือหรือกลางแจ้ง?
  • คุณต้องการจะใช้กล้องวงจรปิดระดับความคมชัด มาก ปานกลาง หรือ แค่พอเห็น
  • คุณต้องการกล้องวงจรปิด จำนวน1, 2,4, 8 หรือ 16 ตัว ?
  • งบประมาณของคุณนั้นมีอยู่ในใจเท่าไร?
  • คุณต้องการดูกล้องวงจรปิดผ่านโทรศัพท์มือถือของคุณด้วยหรือไหม?

เพราะคำถามเหล่านี้ จะช่วย เลือกกล้้องที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของคุณได้มากที่สุด 

จงประเมินความต้องการของคุณเสียก่อน เพื่อที่ทางร้านจะได้ เลือกประเภทของกล้องและคุณภาพความคมชัดตามที่คุณต้องการได้

เมื่อคุณตอบคำถามเรื่องความต้องการ และจุดประสงค์หลักในการติดตั้งกล้องวงจรปิด ได้ ว่า ติด เพื่อ อะไร ตราวนี้ เราจะมาอธิบายและ
ทำความเข้าใจกล้องวงจรปิดกัน





กล้องวงจรปิด CCTV มีแบบใดบ้าง ?
ปัจจุบันนี้ กล้องวงจรปิด cctv มีหลายชนิดด้วยกัน เช่น กล้องวงจรปิดมาตราฐาน กล้องโดม
กล้องอินฟาเรด กล้องวงจรปิดแบบซูมได้ กล้องวงจรปิดแบบแอบซ่อน ฯลฯ

อยากติดตั้งกล้องวงจรปิด จะเลือกใช้กล้องรุ่นไหนดี ?
การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด ควรจะพิจารณาจากหน้างาน ถ้าคุณต้องการติดตั้งเพื่อดูทรัพย์สินมีค่าเช่น ตู้เซฟ โต๊ะเงิน ประตูทางเข้าออก โรงจอดรถ ฯลฯ ก็ต้องเลือกใช้ กล้องวงจรปิดมาตราฐาน 

แต่ถ้าต้องติดตั้งใน ตำแหน่ง หรือ สถานที่ที่ค่อยข้างมืด เช่น ในห้องเก็บของ ริมกำแพง หรือ หลังอาคารที่ไม่มีแสงไฟ อันนี้ก็ต้องเลือกใช้ กล้องวงจรปิดอินฟาเรด แทน

 ขอแนะนำว่า ก่อนจะซื้อหรือ ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ทุกครั้งควรจะเรียก เจ้าหน้าที่ของบริษัทไปดูหน้างาน เพื่อสำรวจหน้างาน และ เลือกตัวกล้องวงจรปิดได้ตรง กับวัตถุประสงค์และ สภาพหน้างานของท่าน

สนใจให้ทางบริษัทไปสำรวจหน้างาน เพื่อออกแบบ และติดตั้งกล้องวงจรปิด สามารถปรึกษาได้ที่ ร้านกล้องวงจรปิดดีเอ็มเอสปากช่อง

 โทร099-242-4466,094-518-3399

กล้องวงจรปิดติดตั้งยากไหม ควรซื้อกล้องวงจรปิดไปติดตั้งเองดี หรือไม่ ?

การติดตั้งกล้องวงจรปิด ไม่ควรซื้อไปติดตั้งเอง ควรจะให้เจ้าหน้าที่ หรือ ช่างผู้ชำนาญเฉพาะทางเป็นเป็นคนติดตั้งให้จะดีกว่า การซื้อกล้องวงจรปิดไปติดตั้งเอง ถ้าขาดความรู้เทคนิคในการติดตั้ง อาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรือ เกิดความผิดพลาดต่างๆ ในการติดตั้งได้ 

การแก้ไขปัญหาของอุปกรณ์กล้องวงจรปิดก็ทำได้ยาก เพราะขาดความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง อยากจะแนะนำว่าให้ใช้บริการกับบริษัทที่จำหน่ายการติดตั้งกล้องวงจรปิด โดยเฉพาะจะดีกว่า 

เพราะบริษัทที่รับติดตั้งมีประสบการณ์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด ถ้าคุณคิดว่าแค่ ช่างไฟ ช่าง จานดาวเทียมหรือ ช่างเดินสายโทรศัพท์ก็สามารถติดตั้งได้ 

คุณอาจเข้าใจผิดแล้ว!!! เพราะถึงแม้บุคคลเหล่านั้นจะติดตั้งได้จริง ก็อาจติดตั้งแบบผิดวิธี ผู้ที่ขาดประสบการณ์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดควรให้ บริษัทจำหน่าย ติดตั้งกล้องวงจรปิด เป็นคนติดตั้งให้ดีกว่า


นอกจากนี้บริษัทที่ให้บริการยังมีบริการหลังการขาย เซอร์วิสฟรี ถึงสถานที่ตลอด 1 ปีเต็มอีกด้วย ขอแนะนำว่า ถ้าซื้อ กล้องวงจรปิดจากบริษัทไหนมา ก็ควรจะให้บริษัทนั้นเป็นคนติดตั้งให้จะดีที่สุด จะได้บริการได้อย่างเต็มที่ทั้งตัวอุปกรณ์ อะไหล่ต่างๆ

สนใจติดตั้งกล้องวงจรปิด กับร้านที่ได้มาตราฐาน ติดต่อ ร้านดีเอ็มเอส
โทร 099-242-4466
Line: DMSCCTV


6เคล็ดลับป้องกันลูกน้องขโมยของ



ไม่มีเจ้านายคนไหนอยากคาดคิดหรอกว่า พนักงานที่เราจ้างมาจะแอบขโมยเงินหรือสินค้าในร้านจากเราไป แถมส่วนใหญ่แล้วร้านค้าปลีกมักถูกลูกจ้างยักยอกทรัพย์สินบ่อยอย่างไม่น่าเชื่อ
บริษัท Jack L. Hayes International (เป็นบริษัทให้คำปรึกษาและมีโปรแกรมป้องกันในหลายๆ ด้าน รวมถึงวิธีรับมือพนักงานโกงเงินบริษัท) 

ได้ทำการสำรวจร้านค้าที่ถูกโจรกรรมก็พบค่าเฉลี่ยว่าลูกจ้างมีโอกาสขโมยเงินและสร้างความเสียหายต่อร้านค้าได้มากกว่าการถูกลูกค้ามาขโมยของจากทางร้านโดยตรงถึง 5.5 เท่า

ใครที่เริ่มวิตกกังวลว่าพนักงานจะแอบล้วงเงินจากลิ้นชักไป
ลองอ่าน 6 เคล็ดลับ ป้องกันขโมย จาก Jennifer Goforth Gregory ผู้มีประสบการณ์ด้านงานเขียนและเชี่ยวชาญในงานเขียนเกี่ยวกับธุรกิจขนาดเล็กมากว่า 18 ปี ดูก่อน
คุณอาจจะสบายใจขึ้น (งานของเธอได้รับการนำไปลงในเว็บ MSN Money, FOX Business, Intuit Small Business Blog และ American Express)

1. สืบประวัติพนักงานก่อนให้เขาทำหน้าที่สำคัญ
สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการให้พนักงานที่ติดยาเป็นคนถือเงินหรือคุมแคชเชียร์ เพราะพนักงานที่มีพฤติกรรมติดยา มีโอกาสที่จะขโมยเงินเพื่อไปเสพยาสูงมาก
ทางที่ดีลองสืบประวัติของพนักงานก่อนรับเข้าทำงานด้วย หากพนักงานมีประวัติมีเพื่อนติดยา หรือเกี่ยวข้องกับการลักเล็กขโมยน้อยมาก่อน พยายามอย่าให้เขาทำหน้าที่ถือเงินเป็นดีที่สุด
2. ลองใช้ระบบบัดดี้
ระบบบัดดี้ในที่นี้ไม่ใช่ให้จับฉลากแล้วแอบเอาของไปให้กันนะ แต่หมายถึงว่าการแอบขโมยของจากพนักงาน มักเกิดขึ้นตอนพนักงานอยู่เพียงลำพัง ดังนั้น ลองเพิ่มจำนวนพนักงานที่ประจำบูธหรือแคชเชียร์เก็บเงินเป็น 2 คน ก็จะช่วยลดโอกาสการถูกขโมยได้บ้าง อย่างไรก็ดี ต้องพยายามเปลี่ยนคู่บัดดี้บ้าง ไม่เช่นนั้นหากบัดดี้ 2 คน เป็นจอมอมเงินมือยงทั้งคู่ขึ้นมา มันจะแย่

3. กล้องวงจรปิดช่วยคุณได้
คำถามมีอยู่ว่า เวลาคนจะขโมยของพวกเขากลัวอะไร คำตอบคือกลัวคนเห็น ดังนั้น การติดกล้องวงจรปิดช่วยคุณได้ในระดับหนึ่งแน่นอน เพราะมันเหมือนกับว่าพวกเขากำลังถูกคุณจับตามองอยู่ตลอดเวลา แล้วไม่ใช่แค่ตรงแคชเชียร์นะ เพื่อความปลอดภัยควรติดตั้งกล้องบริเวณห้องเก็บของกับจุดส่งของด้วย ซึ่งถ้าได้กล้องความคมชัดระดับสูงที่สามารถระบุหน้าตาได้ด้วยยิ่งดี
4. ตรวจสอบถังขยะ
ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าพนักงานหัวใสอาจขโมยเงินหรือสิ่งของแล้วใส่ไว้ในถุงหรือถังขยะก่อนจะแกล้งนำออกไปทิ้งข้างนอกตอนกลับบ้าน ซึ่งหัวหน้าส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากยุ่งกับถังขยะแน่นอน สบโอกาสให้พนักงานหัวใสใช้ประโยชน์จากขยะไปแบบเต็มๆ วิธีแก้ทางคือจัดวางถังขยะให้เป็นที่ ใช้ถุงแบบใส สามารถมองเห็นจากภายนอกได้ หรือใช้กล่องที่แบนราบเรียบ (ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆ ในต่างประเทศจะใช้ถังขยะแบบล็อคได้)

5. ให้พนักงานช่วยกันจับตามอง
สำหรับบริษัทใหญ่ๆ ต้องใช้วิธีประกาศให้พนักงานทราบและช่วยกันระวังขโมย โดยบริษัทจะมีรางวัลให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสหัวขโมยสุดแสบได้ ซึ่งคุณอาจสร้างอีเมล์ขึ้นมารับเรื่องนี้โดยเฉพาะหรือสร้างกล่องรับเรื่องราว (เป็นกล่องเหล็กแบบล็อคได้นะ) ที่ห้องพักของพนักงานก็ได้ การใช้วิธีนี้จะทำให้ขโมยต้องคิดซ้ำหลายครั้ง เพราะมีคนจ้องจับตามองทั้งบริษัท
6. คุณต้องรู้จักดูแลพนักงานของตัวเองด้วย
หัวขโมยส่วนใหญ่บอกว่ามันเป็นเรื่องง่ายในการขโมยของจากคนที่ไม่รู้จัก แต่มันเป็นเรื่องยากหากให้ขโมยของจากคนที่รู้จักและหวังดีกับเขา
นอกจากนี้ถ้าคุณให้พนักงานทำงานที่เครียดๆ ยิ่งต้องเฝ้าระวังให้มากขึ้น เพราะความเครียดจะกระตุ้นให้เกิดการขโมยได้ หากเห็นพนักงานเครียด ลองให้พวกเขาพักแล้วไปทำงานพิเศษส่วนอื่นเช่นงานการกุศลเพื่อผ่อนคลายความเครียดบ้าง
อย่าเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยเชียว เพราะพนักงานที่ทำงานอย่างมีความสุขและเห็นว่าหัวหน้าคอยดูแลเอาใจใส่ ย่อมซื่อสัตย์และลดโอกาสที่เขาจะขโมยของหรือคิดร้ายกับคุณไปจนหมดสิ้น

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

โปรโมชั่นกล้องวงจรปิด พร้อมติดตั้งเพียง 12,000บาท




โปรโมชั่นกล้องวงจรปิด พร้อมติดตั้งและเซ็ตระบบออนไลน์

โปรโมชั่นกล้องวงจรปิด ราคาถูก เหมาะสำหรับงานติดตั้ง และใช้งานได้หลายพื้นที่ 

หากคุณคือผู้ที่ต้องการติดตั้ง กล้องวงจรปิด เรามีชุด กล้องวงจรปิดราคา และมีคุณภาพให้ท่านได้เลือกตามความต้องการ 

ชุดกล้องวงจรปิด ได้คุณภาพจากหลายแบรนด์มีหลายหลากรุ่น ท่านจะได้ชุดกล้องวงจรปิดที่คุ้มค่าทั้งราคาและประสิทธิภาพ 

เรามีทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพและมากด้วยประสบการณ์ไว้คอยบริการลูกค้า




กล้องวงจรปิดคุณภาพดี ราคาพิเศษสุดๆๆ โปรโมชั่นนี้ คุ้มสุดๆสั่งติดตั้งได้เลย!!!
=====================
กล้องวงจรปิด KOWA

=====================
กล้องวงจรปิดพร้อมเครื่องบันทึก 4CH พร้อมกล้อง 4 ตัว
ติดตั้งกล้องวงจรปิดชุดนี้รับอะไรบ้าง?
เครื่องบันทึก 

 กล้อง  / 4 กล้อง
ฟรีฮารด์ดิส
ฟรีสายสัญญาณ 100 เมตร และอุปกรณ์พร้อมติดตั้ง
ฟรีค่าติดตั้งและเซ็ตระบบ
=====================
ราคา12,000.- บาท
=====================
***สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม***
ติดต่อ
โทร.099-242-4466
📱มือถือ.094-518-3399




หอพักที่คุณอยู่มีกล้องวงจรปิดหรือเปล่า

หอพักที่คุณอยู่มีกล้องวงจรปิดหรือเปล่า


ปัจจุบันหอพักหรือคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่ จะมีสิ่งอำนวยความสะดวก มีการรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ซึ่ง1 ในวิธีที่ดีคือที่สุดในการเลือก ให้มีการรักษาความปลอดภัย คือการเลือกใช้กล้อง CCTV หรือกล้องวงจรปิดเพื่อให้คอยเป็นดวงตา สอดส่องความเป็นไปของผู้พักอาศัย แต่ก็ยังมีอีกหลายหอพัก ที่ไม่มีการรักษาความปลอดภัยที่ดี และเลือกให้มีรปภ.เฝ้าหอพักแทน แต่เมื่อเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ เกิดการลักขโมย หรือก่อเหตุอาชญกรรมอื่นๆ ก็ไม่มีหลักฐานหรือพยาน ที่จะติดตามหรือนำคนผิดมาลงโทษ แตกต่างกับการมีกล้องวงจรปิด ที่จะทำให้ผู้พักอาศัยอุ่นใจขึ้นได้ ในการเลือกเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน!

ห้องพัก หอพักที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ต้องมีกล้องวงจรปิด! นอกจากนี้สิ่งที่ควรพิจารณาอีกในเรื่องความปลอดภัยของผู้อาศัย คือ

ตรวจสอบระบบความปลอดภัย เช่น มีพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเรื่องการเข้า-ออกของบุคคลภายนอกมาก น้อยเพียงใด ระบบคีย์การ์ด และการติดตั้งกล้องวงจรปิดมีหรือไม่ เพื่อเป็นการระวังมิจฉาชีพแฝงเข้ามาก่อเหตุร้าย

สังเกตบริเวณแวดล้อม และเส้นทางระหว่างเดินไปห้อง หากหอพักหรืออพาร์ตเม้นท์มีพื้นที่หรือมุมต่าง ๆ เยอะ ควรดูว่าเป็นจุดเสี่ยงหรือไม่ และวันใดที่จำเป็นต้องกลับดึกจะปลอดภัยหรือไม่ อย่างไร 

ลูกบิดล็อกมั่นคงแน่นหนา และมีสายยูคล้องโซ่ หรือกลอนล็อกจากข้างในอีกชั้นหนึ่ง หากประตูหน้าห้องติดกล้องตาแมวด้วยยิ่งดี เอาไว้ส่องดูคนที่มาเคาะห้อง ก่อนจะเปิด! นอกจากนี้ ห้องที่มีระเบียงด้านหลัง อย่าลืมเช็กลูกบิด และความแน่นหนาของเหล็กดัดด้วย 

มีผ้าม่านปิดหน้าต่าง ป้องกันการตกเป็นเป้าสายตา เพราะห้องที่ปล่อยเปิดโล่ง อาจเป็นช่องให้มิจฉาชีพเห็นความเคลื่อนไหว แล้วหาโอกาสก่อเหตุร้าย 
เอาล่ะ..เจ้าของหอพัก หรือผู้ให้บริการห้องพัก ก็คงจะรู้แล้วว่า กล้องวงจรปิด หรือกล้อง CCTV ให้ความปลอดภัยมากแค่ไหน ไม่เฉพาะทรัพย์สินของเจ้าของที่พักเอง ยังเป็นการปกป้องผู้ที่พักอาศัยด้วย และทุกวันนี้ก็มีห้องพักก็เกิดขึ้นมากมาย หากไม่ปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้พักอาศัย หอพักอาจจะร้างก็เป็นได้นะ..

อยากจะเชิญชวนให้เจ้าของกิจการ มาติดตั้งกล้องวงจรปิดกันเพื่อความไม่ประมาท
สนใจจะติดตั้งกล้องวงจรปิดหรือต้องการ ปรึกษาเรื่องกล้องวงจรปิดก็สามารถติดต่อได้ที่ร้านกล้องวงจรปิด ดีเอ็มเอส โทร 0992424466, 0945183399
เราเชี่ยวชาญเรื่องกล้องวงจรปิดและพร้อมให้คำปรึกษากับลูกค้าทุกระดับ

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

รถหายในคอนโด!!!ใครต้องรับผิดชอบ?

รถหายในคอนโด!!!ใครต้องรับผิดชอบ?


ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้มักเกิดโจรขโมยชุกชุมล่าสุดนั้น เพื่อนของผู้เขียนประสบปัญหารถหายในคอนโดโดยที่คอนโดนั้นเป็นคอนโดเก่าอายุเกือบ 10ปี อีกทั้งยังรถที่หายนั้นไม่มีประกันงานนี้ใครควรรับผิดชอบ นิติบุคคล หรือ ตัวเจ้าของรถ บทความนี้เลยจะมีการยกหลักกฎหมายเพื่อเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการพิจารณาคดีที่น่าสนใจ ส่วนสำหรับคดีของเพื่อนผู้เขียนไว้มีความคืบหน้าอย่างไรจะมากล่าวในบทความต่อไปนะครับ ที่นี้เรามาดู กรณีศึกษาของการตัดสินคดี รถหายในคอนโดใครต้องรับผิดชอบ กันครับ
กรณีแรก รถหายในคอนโดฯ นิติบุคคลคอนโดฯ ไม่ต้องรับผิดชอบ
คำพิพากษาฎีกาที่ 2369/2557
รถยนต์ของโจทก์หายในอาคารชุดคอนโดฯ ….
นิติบุคคลอาคารชุดไม่มีหน้าที่รักษาทรัพย์ส่วนบุคคล (รถยนต์โจทก์)
มีเพียงหน้าที่ในการจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ
” จัดการดูแลทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดและให้มีอำนาจกระทำการใดๆ
ตามวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สูงสุดในการพักอาศัยและการใช้ทรัพย์
ส่วนกลางร่วมกัน”
ส่วนสัญญาว่าจ้างรปภ. ที่ทางนิติฯว่าจ้างรักษาความปลอดภัยก็มีข้อความ
ระบุชัดเจนว่า ” รักษาความปลอดภัยให้แก่บรรดาทรัพย์สินส่วนกลางของ
อาคารชุดเท่านั้น ” จึงไม่รวมไปถึงรถยนต์ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลของ
โจทก์ด้วย เงินที่ว่าจ้างรปภ. ก็มาจากเงินค่าส่วนกลางที่จ่ายโดยเจ้าของ
ร่วมทุกคน มิใช่เงินส่วนตัวของทางนิติบุคคลซึ่งเป็นเพียงผู้บริหารจัดการ
แทนเจ้าของร่วมในการว่าจ้าง รปภ.
ดังนั้นนิติบุคคลอาคารชุดจึงไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่อโจทก์เจ้าของรถ
สรุปจากในกรณีนี้ก็คือ ผู้เสียหายหลักคือ บริษัทประกันภัย ที่ผู้เสียหายรอง (เจ้าของรถ) ได้ทำประกันไว้กับบริษัทประกันภัย บริษัทประกันภัยจ่ายผู้เสียหายรองไปตามอัตรากรมธรรม์ระบุว่ารถหายจะต้องจ่ายเท่าไร จากนั้น
บริษัทประกันมาเรียกร้องให้นิติบุคคลคอนโดมิเนียมและ บริษัทรปภ.กับคุณรปภ.กะวันนั้นรับผิดชอบแต่ทุกรายปฏิเสธไม่มีใครจ่ายให้
อีกทั้งบริษัทประกันภัยยื่นฟ้องคุณรปภ.บริษัท รปภ. และนิติบุคคลคอนโดมิเนียม ให้ร่วมกันรับผิดชอบ สู้กันทั้งหมดสามศาล ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องจำเลยหมด พอมาถึงศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่านิติบุคคลอาคารชุดไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะดูแลรักษาทรัพย์สินของบุคคลผู้พักอาศัยในอาคารชุดแต่อย่างใด
การจอดรถไม่ต้องมอบกุญแจ ไม่ต้องแลกบัตร รวมทั้งไม่มีสติ๊กเกอร์ติดหน้ารถ
ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า นิติบุคคลอาคารชุดจ้างบริษัท รปภ.มาดูแลรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของบุคคลผู้พักอาศัยในอาคารชุด ทั้งไม่อาจถือได้ว่าเป็นการรับฝากรถยนต์ไว้โดยมีบำเหน็จ
กรณีที่สอง จะคล้ายกับกรณีแรกแต่แตกต่างตรงที่ มีการเข้มงวดกับนิติบุคคลเรื่องกฎระเบียบการรักษาความปลอดภัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5259/2551
ป.พ.พ. มาตรา 420
รถยนต์ของโจทก์ไม่มีบัตรติดรถยนต์ผ่านเข้าออกอาคารชุดติดหน้ากระจกรถยนต์ตามระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 1 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องดำเนินการแลกบัตรหรือให้แจ้งชื่อ ที่อยู่ของผู้ขับรถยนต์ที่จะผ่านเข้าออกอาคารชุด คืนเกิดเหตุจำเลยที่ 4 ทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยบริเวณป้อมยามของทางเข้าออกอาคารชุดเห็นแล้วว่ารถยนต์ของโจทก์ไม่มีบัตรติดรถยนต์ผ่านเข้าออกอาคารชุด มิได้เรียกให้หยุดรถเพื่อแลกบัตรหรือให้ผู้ขับรถยนต์แจ้งชื่อ ที่อยู่ตามระเบียบ กลับปล่อยให้รถยนต์ของโจทก์แล่นผ่านออกไปอันเป็นเหตุให้รถยนต์สูญหาย เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่โดยบกพร่องของจำเลยที่ 4เป็นการประมาทเลินเล่อกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 4
สรุปจากในกรณีนี้ก็คือ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของห้องชุดในอาคารชุด และ เป็นเจ้าของรถยนต์ที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลอาคารชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดดังกล่าว จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด และเป็นผู้จัดการจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการรักษาความปลอดภัยและรับจ้างจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มีหน้าที่จัดพนักงานรักษาความปลอดภัยมาดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดจนควบคุมดูแลการนำรถยนต์เข้าจอดในอาคารชุดดังกล่าวแต่ก็มีคนร้ายได้ขับรถผ่านป้อมยามทางเข้าออกของอาคารซึ่งมีจำเลยที่ 4 ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 กำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ แต่จำเลยที่ 4 เห็นบุคคลภายนอกขับรถยนต์ของโจทก์แล้วมิได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบผู้ขับหรือสอบถามเหตุผลในการเข้าออกจากอาคารชุดดังกล่าวตามหน้าที่ เป็นเหตุให้คนร้ายสามารถลักรถยนต์ของโจทก์ไปได้ การกระทำของจำเลยที่ 4 จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 ในฐานะนายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นลูกจ้างและกระทำไปในทางการที่จ้างส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องร่วมกันรับผิดในฐานะผู้ว่าจ้างจำเลยที่ 3 ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยต่อไป
สรุปจากกรณีศึกษาทั้งสองกรณี นั้นจะมีความแตกต่างของ “โจทย์” ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัย และ อีกกรณีเป็นผู้เสียหาย(เจ้าของร่วม) และ จำเลยจะคล้ายกันทั้งสองกรณีคือเป็น พนักงานรักษาความปลอดภัย
รถหายในคอนโดใครต้องรับผิดชอบ สิ่งสำคัญที่คุณผู้อ่านจะได้รับก็คือ การทำประกันภัยรถยนต์นั้นเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นพอสมควรเพราะเห็นได้ว่า ทั้งสองกรณีมีทั้งตัดสินว่าโจทย์แพ้และชนะ แต่จะแตกต่างกันแค่บริบทของมาตราการรักษาความปลอดภัยของ นิติบุคคล เท่านั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก
Ref : Propertytoday
Info : เวปไซด์ศาลฎีกา

10 ข้อปฏิบัติ ในการอาศัยอยู่คอนโด

10 ข้อปฎิบัติสำคัญในการอยู่คอนโดมิเนียมที่คุณควรจำและปฏิบัติ โดยเฉพาะถ้าหากคุณเป็นสุภาพสตรีที่ต้องอาศัยอยู่ภายใน "คอนโด" เพียงคนเดียว






หลายๆ ท่านมีความคิดที่ว่าการย้ายที่พักอาศัยไปอยู่ภายในคอนโดมิเนียม ซึ่งเหตุผลหลักๆ อาจจะมองว่ามีราคาถูกกว่าการซื้อบ้านใหม่ ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกันแล้ว การอยู่คอนโดทั้งสะดวกสบาย ใกล้แหล่งชุมชน แหล่งสาธารณูปโภค เดินทางง่ายสะดวกรวดเร็ว แต่ถึงแม้ว่าคอนโดจะเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยสูงมากเพียงใด ก็ย่อมมีจุดที่ไม่ปลอดภัยด้วยเช่นกัน หากคุณไม่ระวังตัวคุณเองด้วยส่วนหนึ่ง ภัยร้ายก็อาจมาถึงตัวได้


เพราะฉะนั้นเราจึงมี 10 ข้อปฎิบัติสำคัญในการอยู่คอนโดมิเนียมที่คุณควรจำและปฏิบัติ โดยเฉพาะถ้าหากคุณเป็นสุภาพสตรีที่ต้องอาศัยอยู่ภายใน "คอนโด" เพียงคนเดียว

ข้อที่ 1. ผู้คนรอบข้าง ในการที่เราเข้าพักอาศัยภายในคอนโดมิเนียมเราก็คงต้องพบต้องเจอกับคนแปลกหน้ามากมายตั้งแต่เจ้าหน้าที่ประจำคอนโดมิเนียม ผู้พักอาศัยภายในคอนโดมิเนียม หรือแม้แต่เพื่อนข้างห้องพัก ช่างประจำคอนโดมิเนียม ฯลฯ ดังนั้นเราจึงควรสังเกตุพฤติกรรม และไม่ควรไว้ใจใครให้มากจนเกินไป

ข้อที่ 2. มุมอับของอาคาร ตามอาคารที่คอนโดใหม่มักจะมีจุดที่เปลี่ยวและลับตาคน เช่น ตามมุมตึก หรือตามซอกหลืบต่างๆ ตามมุมอาคารที่มักไม่ค่อยมีใครเดินผ่าน ซึ่งจุดต่างๆเหล่านี้ ยังใช้เป็นที่กำบังตัวของเหล่าอาชญากรที่มีเจตนาไม่ดี ดังนั้นเวลาเดินผ่านตามมุมอาคารหรือมุมตึกควรสังเกตุและระวังตัวทรัพย์สินมากกว่าปกติ

ข้อที่ 3. ในลิฟต์ เราควรจะต้องตรวจสอบการทำงานของลิฟต์ว่ามีระบบเปิด - ปิด การทำงานเป็นปกติหรือไม่ และตอนขึ้นลิฟต์ให้สังเกตดูบุคลิกของคนที่อาจจะขึ้นลิฟต์ไปกับเราว่าน่าไว้วางใจมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูไม่น่าไว้วางใจเราควรจะปล่อยให้เขาขึ้นลิฟต์ไปก่อน

ข้อที่ 4. กล้องวงจรปิด หากคุณได้ย้ายเข้ามาอยู่ภายในคอนโดใหม่ ก็ควรมองหาหรือสำรวจกล้องวงจรปิดว่าอยู่ตรงไหนของชั้นหรืออาคารที่เราอยู่บ้าง เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดหรือไปยืนในจุดนั้นได้ถูกต้อง

ข้อที่ 5. ลูกบิดประตู ควรตรวจสอบลูกบิดประตูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และถ้าเป็นไปได้ก็ควรหาแม่กุญแจสายยูมาคล้องไว้เพื่อเป็นการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

ข้อที่ 6. ตรงระเบียงของคอนโด ในปัจจุบันคอนโดมิเนียมที่สร้างขึ้นภายในเมืองมักจะเป็นคอนโดแบบสูง และสำหรับระเบียงคอนโดมิเนียมที่ไม่มีแผงกั้น ลูกกรงที่แข็งแรงเราควรเพิ่มความปลอดภัยด้วยการติดลูกกรงที่แข็งแรง มีช่องว่างระหว่างลูกกรงไม่กว้าง เพราะว่าบางทีเราอาจเผลอลื่นล้มและตกลงไปได้ หรือหากคุณมีลูกเล็กๆ ยิ่งต้องเพิ่มระมัดระวังเป็นพิเศษ

ข้อที่ 7. เบอร์โทรศัพท์คอนโดหรือเบอร์สำนักงานด้านล่าง ในกรณีที่เกิดเหตุที่ไม่คาดคิด เช่นต้องการความช่วยเหลือด่วน(คนท้อง)และอยู่ห้องคนเดียว ควรจะจำเบอร์สำนักงานด้านล่างคอนโดให้ได้ เมื่อมีเหตุอะไรจะได้ส่งคนมาช่วยทัน

ข้อที่ 8. อุปกรณ์ไฟฟ้า หากคุณเป็นคนนึงที่ขี้หลงขี้ลืม ควรจะโน๊ตเอาไว้ว่า เวลาที่จะออกไปทำธุระข้างนอก หรือไปทำงาน ควรปิดสวิตไฟที่ไม่จำเป็นและอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของห้องคุณและตัวอาคารอีกด้วย

ข้อที่ 9. จุดที่จอดรถ ซึ่งที่จอดรถในคอนโดมิเนียมก็ไม่แตกต่างจากที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้านัก ดังนั้นจึงมีมุมมืด มุมอับ มุมลับตาคนที่เราควรต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรหันมองรอบๆ ตัวให้ละเอียดก่อนขึ้นรถ และเมื่อเราขึ้นรถไปแล้วล็อคประตูรถทันที เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตนเองมากยิ่งขึ้น

ข้อที่ 10. ตัวอาคาร หากเป็นคอนโดที่มีการสร้างมานาน ก็ย่อมมีการสึกกร่อนเป็นธรรมดา ซึ่งหากมีรอยแตกของปูนที่ตัวอาคารหรือในห้องพัก ควรที่จะรีบแจ้งเจ้าของคอนโดให้ทราบ เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขได้ทัน ก่อนที่จะเกิดปัญหา

และสำหรับ 10 ข้อที่กล่าวมานั้น เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่าน

ปล.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขอให้ท่านใช้ชีวิตอยู่ในความไม่ประมาทจะเป็นการดีที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.sanook.com